Puihappyhost
คำถามที่พบบ่อย
Puihappyhost
คำถามที่พบบ่อย
…
1.คอร์สเรียน Airbnb สอนสดผ่าน Zoom สามารถย้อนดูย้อนหลังได้ไหมคะ หากไม่สะดวกเข้าเรียนในเวลานั้น
คำตอบ หากไม่สะดวกเข้าเรียนก็สามารถดูคลิปย้อนหลังได้ค่ะ พี่ปุ้ยจะลงคลิปวิดีโอให้ทางกลุ่มปิด Facebook ให้สำหรับนักเรียนที่ไม่สะดวกเข้าเรียนค่ะ
2.ถ้ามีทรัพย์อยู่แล้วจะเอามาทำ Airbnb หรือปล่อยเช่ารายปี อันไหนรายได้ดีกว่ากันคะ
คำตอบ การเลือกว่าจะทำ Airbnb หรือ ปล่อยเช่ารายปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ทำเลที่ตั้ง, ประเภทของทรัพย์สิน, และเป้าหมายรายได้ของคุณ
1. Airbnb
ข้อดี:
- รายได้สูงต่อคืน: การปล่อยเช่าแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ผ่าน Airbnb สามารถทำให้คุณมีรายได้สูงกว่าการเช่ารายปี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือมีความต้องการสูง
- ความยืดหยุ่น: คุณสามารถควบคุมวันที่จะปล่อยเช่าได้ และยังสามารถใช้ทรัพย์สินนั้นเองเมื่อไม่มีผู้เช่า
- โอกาสรับแขกหลากหลาย: คุณสามารถทำกำไรจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และรับแขกได้หลายกลุ่มตลอดปี
ข้อเสีย:
- การดูแลบ่อย: เนื่องจากเป็นการเช่าระยะสั้น คุณต้องมีการดูแลทรัพย์สินให้พร้อมสำหรับแขกใหม่ตลอดเวลา ซึ่งอาจต้องมีการทำความสะอาด, เปลี่ยนผ้าปูที่นอน, และการซ่อมบำรุงบ่อย ๆ
- ต้นทุนเพิ่มเติม: คุณต้องจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การทำความสะอาด, ค่าน้ำค่าไฟ, และค่าบริการแพลตฟอร์ม Airbnb
- การจัดการเวลา: อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการสื่อสารกับแขกและจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
2. ปล่อยเช่ารายปี
ข้อดี:
- รายได้คงที่: คุณจะได้รับค่าเช่าต่อเนื่องตลอดปี โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีแขกเข้าพักหรือไม่
- การดูแลน้อยกว่า: คุณไม่ต้องทำความสะอาดหรือจัดเตรียมที่พักบ่อย ๆ เพราะผู้เช่าจะอยู่ระยะยาว
- ลดความยุ่งยาก: คุณไม่ต้องใช้เวลามากในการจัดการ เนื่องจากการเช่าระยะยาวมีความต้องการในการดูแลน้อยกว่าการเช่าระยะสั้น
ข้อเสีย:
- รายได้น้อยกว่าต่อเดือน: การปล่อยเช่ารายปีมักทำรายได้ต่อเดือนน้อยกว่าการเช่าระยะสั้น
- ความยืดหยุ่นน้อย: คุณไม่สามารถใช้ทรัพย์สินได้เองหรือเปลี่ยนแปลงผู้เช่าได้ในระหว่างสัญญาเช่าระยะยาว
คำแนะนำ:
- หากทรัพย์อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือมีความต้องการพักระยะสั้นสูง: Airbnb อาจเป็นตัวเลือกที่สร้างรายได้มากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวมักยินดีจ่ายมากกว่าสำหรับที่พักระยะสั้น
- หากทรัพย์อยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการเช่าระยะยาวสูง: เช่น ใกล้มหาวิทยาลัยหรือย่านธุรกิจ การเช่าระยะยาวจะช่วยให้คุณมีรายได้คงที่และลดภาระในการจัดการ
ดังนั้น หากคุณต้องการรายได้สูงและพร้อมจะจัดการดูแลบ่อย ๆ การทำ Airbnb อาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการความมั่นคงและดูแลน้อย การปล่อยเช่ารายปีอาจเหมาะสมกว่า
3.ถ้ากลัวเจอลูกค้าไม่ดีใน Airbnb สามารถเช็คประวัติได้ไหม
คำตอบ
ใน Airbnb คุณสามารถตรวจสอบประวัติลูกค้าได้บางส่วนผ่านฟีเจอร์ที่แพลตฟอร์มจัดให้เพื่อช่วยเจ้าของที่พักตัดสินใจ คุณสามารถดูรีวิวจากโฮสต์คนอื่น ๆ ที่เคยให้บริการลูกค้าคนนี้มาก่อน หากลูกค้ามีประวัติเข้าพักกับที่พักอื่น ๆ คุณจะเห็นความคิดเห็นและคะแนนที่เจ้าของที่พักคนก่อนให้ไว้ว่าพวกเขามีพฤติกรรมดีหรือไม่ เช่น การรักษาความสะอาด, การทำตามกฎที่พัก, และความน่าเชื่อถือ ลูกค้าแต่ละคนจะมีโปรไฟล์บน Airbnb ที่แสดงข้อมูลส่วนตัวและภาพถ่าย คุณสามารถดูข้อมูลที่ลูกค้าแชร์ เช่น ยืนยันตัวตน, เบอร์โทรศัพท์, และอีเมล ซึ่งช่วยให้รู้จักลูกค้าได้ดีขึ้น และ Airbnb ยังให้สิทธิ์เจ้าของที่พักในการยกเลิกการจองได้หากพบว่าลูกค้ามีประวัติไม่ดีหรือทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขที่ปกป้องโฮสต์จากกรณีที่ลูกค้ามีพฤติกรรมไม่ดีระหว่างเข้าพัก
4.สามารถออกใบกำกับภาษี/หักณ.ที่จ่าย ในนามบุคคลหรือบริษัทได้ไหม
คำตอบ สามารถออกบิลใบกำกับภาษี ในนามบริษัทได้
5.นักเรียนสามารถพูดคุยกันได้ทางไหนบ้าง
มีกลุ่ม Line VIP สำหรับพูดคุย ปรึกษา และแชร์เทคนิคประการณ์ความรู้
6.ลูกค้าที่ไม่มีความรู้สามารถเข้าเรียนคอร์สสอนสด Airbnb&Rent to Rent กทม. ได้ไหม
คำตอบ สามารถเข้าเรียนได้ค่ะ เพราะเนื้อหาของคอร์สนี้จะมีสอนตั้งแต่การทำเช่าช่วงไปจนถึงการทำ Airbnb สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความรู้ก็สามารถมาเข้าเรียนได้ค่ะ เพราะพี่ปุ้ยกับพี่จอนนี่จะสอนตั้งแต่พื้นฐานเลยค่ะ ลูกค้าจะได้ทั้งความสนุกและประสบการณ์จากพี่ปุ้ยกลับไปแน่นอนค่ะ
7.ไม่มีความรู้ด้านการทำเช่าช่วงมาก่อน คอร์สเริ่มเรียนคอร์สไหนดีคะ
คำตอบ แนะนำคอร์สเรียนเช่าช่วงค่ะ เป็นการเรียนผ่านคลิปวิดีโอกลุ่มปิดทาง Facebook ไม่มีเวลาหรือไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถเรียนได้ค่ะ สามารถเรียนได้ตลอดชีพไม่มีวันหมดอายุ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาเลยค่ะ
8.ถ้าอยากลองทำ Co-host ก่อน ค่อยลงมือทำที่พักของตัวเองสามารถทำได้ไหม
คำตอบ ทำได้ค่ะ เพราะพี่ปุ้ยก็เริ่มมาจากการทำ Co-Host มาก่อนเหมือนกันค่ะ ข้อดีของการเป็น Co-Host ก่อนทำที่พักของตัวเอง
- เรียนรู้ระบบและการจัดการ: คุณจะได้ฝึกฝนทักษะการจัดการที่พัก เช่น การสื่อสารกับลูกค้า, การรับมือกับปัญหาต่าง ๆ, การทำความสะอาด, และการปรับปรุงที่พัก เพื่อให้คุณมีประสบการณ์ก่อนทำที่พักของตัวเอง
- ไม่มีความเสี่ยงด้านการลงทุนสูง: การเป็น Co-Host ไม่ต้องลงทุนสร้างหรือซื้อที่พัก คุณจะได้เรียนรู้และเข้าใจตลาดก่อนที่จะตัดสินใจลงเงินกับที่พักของคุณเอง
- สร้างเครือข่ายและความน่าเชื่อถือ: หากคุณทำงานได้ดีและสร้างความประทับใจให้เจ้าของที่พัก คุณอาจได้รับคำแนะนำจากคนอื่น ๆ ให้มาดูแลที่พักเพิ่มเติมได้ หรือเพิ่มโอกาสในการทำงานระยะยาว
- สร้างรายได้จากการจัดการ: คุณสามารถสร้างรายได้จากการจัดการที่พักของคนอื่น โดยปกติ Co-Host จะได้รับค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการเช่า (เช่น 10-20% ของรายได้จากการเช่าผ่าน Airbnb)
9.หากปล่อยเช่าอยู่ต่างจังหวัดและไม่สามารถดูแลเองได้เพราะอยู่คนละจังหวัด จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร?
คำตอบ จ้างผู้จัดการพื้นที่หรือ Co-Host: คุณสามารถหาคนท้องถิ่นหรือ Co-Host มาช่วยดูแลเรื่องการเช็คอิน/เช็คเอาท์, ทำความสะอาด, และแก้ปัญหาต่าง ๆ ของผู้เข้าพัก
10.จะมีวิธีจัดการบริหารแม่บ้านอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำบ้านปล่อยเช่า
คำตอบ กำหนดหน้าที่ชัดเจน: ระบุรายละเอียดหน้าที่ของแม่บ้านอย่างชัดเจน เช่น การทำความสะอาด, การจัดห้อง, การตรวจสอบอุปกรณ์ในบ้าน และการเตรียมของใช้สำหรับแขก
จัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist): สร้างรายการตรวจสอบ (Checklist) ที่แม่บ้านต้องทำก่อนและหลังการเข้าพัก เช่น การตรวจเช็คความสะอาด, การซ่อมบำรุงเล็ก ๆ และการเตรียมสิ่งของสำหรับแขก เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างถูกทำอย่างครบถ้วน
วางระบบการสื่อสารที่ดี: ใช้แอปพลิเคชันสื่อสาร เช่น LINE หรือ WhatsApp เพื่อให้แม่บ้านสามารถรายงานปัญหาหรือความต้องการต่าง ๆ ได้รวดเร็ว และคุณสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ
กำหนดตารางเวลาชัดเจน: แจ้งตารางการทำความสะอาดล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเข้าพักต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการล่าช้าหรือทำงานซ้อนทับ